Genocide N Genius ~the Alternation (Last)
posted on 02 Nov 2008 20:47 by angelix in ARTICLExFICTIONหลังจากที่ชายหนุ่มผู้ซึ่ง คาเรนเรียกเขาว่า อาจารย์ได้เล่าถึงสาเหตุที่พวกร่างสีเทาตามสาปแช่งเอรินแล้ว เด็กสาวก็ถามถึงวิธีการกำจัดพวกมันทันที มันเป็นเรื่องที่เธอไม่เคยพบเจอในหนังสือมาก่อน ดังนั้นแล้ว แม้จะเป็นอัจฉริยะขนาดไหนก็ไม่มีทางตรัสรู้ได้แน่ๆ
“เท่าที่ฉันรู้...จะต้องใช้พลังจากภพที่มันมาเพื่อขับไล่เหมือนกัน”
“แล้วเราจะหาของแบบนั้นได้ยังไง !?” แค่บอกว่าของต่างภพ เอรินก็แทบจะเป็นบ้าแล้ว แค่อีกภพคืออะไรก็ยังไม่รู้ อยู่ที่ไหนก็ยิ่งจะไม่รู้ แล้วจะให้หาของจากภพนั้นมาไล่พวกร่างสีเทานั่น ก็เท่ากับยิ่งเป็นไปไม่ได้
“อาจจะหายาก...แต่ไม่ใช่หาไม่ได้”
“เอ๋ ?”
“บนโลกเรามีของหลายอย่างที่มาจากอีกภพ...ถึงจะไม่รู้ว่ามันมาจากไหน แต่ก็รู้ว่ามันมีอยู่ล่ะนะ” ชายหนุ่มลูบคางไปมาอย่างใช้ความคิด
“แล้วรูปร่างมันล่ะ......”
“มันอาจจะเป็นอะไรก็ได้ มีรูปร่างอะไรก็ได้” คิ้วของชายหนุ่มขมวดเข้าหากัน คิ้วกระตุกตามจังหวะการเอนใบหน้าที่ขึ้นลงเล็กน้อย
“แล้วแบบนี้จะไปหาเจอเหรออาจารย์!!!?” คาเรนอุทานออกมาหลังเงียบอยู่นาน เสียงของเธอประสานกับเอรินที่พูดออกมาเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วราวกับฝาแฝด
“อืม........ก็..............มันจะปรากฏเป็นสีที่ไม่มีบนโลกน่ะนะ ฉันเองก็พูดไม่ค่อยถูก แต่มันก็ประมาณนี้ล่ะ” สิ้นเสียง เอรินก็วิ่งออกไปทันที เธอชะงักเท้าเล็กน้อยและตะโกนขอบคุณกลับมาพร้อมทั้งโบกมือลา ก่อนจะวิ่งหายลับไปอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มหันมาหาคาเรน เด็กสาวพยักหน้าทันทีโดยที่อีกฝ่ายไม่พูดอะไร
“ยังไงก็จะตามไปสินะ” ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก
“แน่นอนค่ะ อาจารย์” คาเรนย้ำเสียงหนักแน่น สีหน้าที่แสดงออกมาดูจริงจัง “ยังไงเอรินก็ยังตกเป็นเป้าหมายของพวกนั้น......”
คาเรนหลับตาลงและใช้นิ้วชี้แตะหน้าผากตนเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้ากลับขึ้นมา พยักหน้าส่งสัญญาณให้อาจารย์ของเธอหนึ่งครั้งและออกวิ่งนำไปก่อน ชายหนุ่มซึ่งรับรู้แล้วว่าลูกศิษย์จะทำอะไรหันกลับไปมองภายในร้านของตนเองเป็นครั้งสุดท้าย และพูดขึ้นเบาๆ
“ถึงเวลาวิจัยภพด้านหลังอย่างจริงจังซะทีสินะ” เขาเดินออกจากร้านพร้อมทั้งโบกมือครั้งหนึ่ง ร้านก็หายไปในพริบตากลายเป็นเพียงผนังอาคารที่ว่างเปล่า
หวอๆๆ!!!!
เสียงไซเรนดังไปทั่วทุกหนทุกแห่ง จนเรียกได้ว่า ดังไปทั่วทั้งดาวเลยก็ว่าได้ แต่มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่เหนือความจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะในตอนนี้....ดาวที่พวกเขา......ลูกหลานของเหล่าอัจฉริยะ Hi.Q อาศัยอยู่นั้น
ถูกปรับสภาพกลายเป็นยานอวกาศขนาดยักษ์แล้ว........
“ออกตัวได้!!!!” เสียงของชายวัยกลางคนในชุดสีขาว ผู้ซึ่งได้รับหน้าที่เป็นหนึ่งในสามของกัปตันที่คอยสั่งการสมาชิกทั้งหลายดังขึ้นไปทั่วทั้งยานผ่านเครื่องขยายเสียงที่ติดตั้งอยู่ที่สะพานเดินเรือ ทุกคนจึงลงมือปฏิบัติตามหน้าที่ของตนเองทันที
วีเลตที่ออกจากห้องจูนกระแสเวลาแล้วเดินไปตามทางเดินอย่างเอื่อยเฉื่อย ทั้งที่หลายต่อหลายคนต้องเร่งรีบจัดแจงหน้าที่ที่ตนเองได้รับมอบหมายอย่างรวดเร็ว สาเหตุนั่นก็เพราะหน้าที่ของเขามีเพียง “การศึกษา” และเมื่อครู่เขาก็ได้ใช้เวลาในการศึกษา Origin จาก Chronicle ไปประมาณ 4700 ล้านปีแล้ว จึงอยากทำตัวตามสบายสักพักใหญ่ๆ
เด็กหนุ่มเดินฮัมเพลงพลางก้มลงมองผู้คนที่อยู่ด้านล่างของสะพานเหล็กที่กำลังเดินผ่าน ข้างล่างเป็นห้องเครื่องห้องหนึ่งของยานอวกาศที่ดัดแปลงมาจากดาวเคราะห์ลำนี้ ผู้คนข้างล่างมากมายทำงานกันจนตัวเป็นเกลียว วีเลตรู้ดีว่าการทำงานต้องทำให้รวดเร็ว เพราะการประสานงานอย่างทันท่วงทีของแต่ละฝ่ายมีผลต่อการขับเคลื่อนยานขนาดยักษ์ลำนี้ ทั้งจะต้องเคลื่อนหลบวัตถุอวกาศต่างๆ ตั้งแต่ดาวเคราะห์ไปจนถึงดวงอาทิตย์หรือกระทั่งหลีกเลี่ยงหลุมดำ ซึ่งฝ่ายที่เป็นต้นหนจะต้องคอยดูให้ดีๆ โดยมีฝ่ายคำนวณช่วยสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณขอบเขตของ Event Horizon หรือระยะเวลาการระเบิดของดวงอาทิตย์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ช่างเครื่องก็ต้องดูแลเครื่องยนต์ตลอดเวลา คอยซ่อมแซมส่วนสึกหรอ หรือคอยเติมพลังงาน
พอเด็กหนุ่มนึกถึงเรื่องหน้าที่ต่างๆมาจนถึงเรื่อง “การเติมพลังงาน” ก็นึกขึ้นได้ว่า ระบบเครื่องยนต์นิรันดร์ที่พวกเขาและเพื่อนกำลังวิจัยกันอย่างลับๆใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว จึงรีบออกวิ่งไปข้างหน้าทันที
ยานอวกาศยักษ์ใหญ่ออกเดินทาง.....เป้าหมายของพวกเขาคือ....Origin
กาลเวลาหมุนเปลี่ยนวนเวียนไป......
ในที่สุด เอรินก็หาสิ่งของจากต่างภพจนเจอ และสามารถขับไล่ร่างสีเทาไปได้สำเร็จ ด้วยความร่วมมือจากคาเรน ชายหนุ่มอาจารย์ของคาเรน และผู้คนอีกมากมายที่พัวพันกับร่างสีเทาแบบเดียวกับเอรินและยังมีชีวิตรอด ความสงบสุขได้กลับคืนสู่เหล่าเด็กที่ถูกเรียกว่า ฉลาดกว่าคนอื่น และมีอายุเกินสิบห้าปี...
ความสงบสุขคืนมา......แต่ดูเหมือนวิถีชีวิตก็ไม่ได้เปลี่ยนไปนัก........
แต่แล้ว.......เหตุการณ์ที่ไม่มีใครเคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นก็ปรากฏต่อสายตา......
ท้องฟ้าสีสวยใสแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งทะเลเลือด แม้เมฆยังคงเป็นปุยสีขาว แต่ดูเหมือนว่ามันไม่ได้ช่วยเปลี่ยนให้สีแดงนั้นจางลงแม้แต่น้อย ผู้คนทั่วโลกออกมายืนดูเหตุการณ์อย่างตื่นตระหนก แต่เพียงแค่ท้องฟ้าสีแดงยังไม่พอที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงไปมากกว่า
รอยแตก
ท้องฟ้าสีแดงเกิดรอยร้าวแตกแขนงออกไปทั่ว ก่อนที่จะแตกกระจายออกราวกับกระจกที่ถูกทุบ เบื้องหลังเป็นสีดำสนิทที่ให้ความรู้สึกราวกับจะดูดกลืนทุกสิ่งเข้าไป สีดำสั่นไหวน้อยๆ ก่อนที่...บางสิ่งขนาดมหึมาจะออกมาจากรอยแตกนั่น
วัตถุไร้รูปร่างที่โปร่งบางเหมือนกับร่างสีเทา...แต่กลับมีสีแดงโลหิตเหมือนกับท้องฟ้าจนแทบจะกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ทุกคนอุทานออกมาด้วยความกลัว...มันเป็นพื้นฐานของมนุษย์เมื่อพบกับปรากฏการณ์หรือสิ่งที่ไม่เคยพบมาก่อน
“วิญญาณ!!!! วิญญาณยักษ์!!!!”
เหล่านักเวทตั้งแต่ชั้นสมัครเล่นไปจนถึงปรมาจารย์เริ่มเปิดฉากโจมตี มีของพวกเขาวาดคทาไปบนท้องฟ้าและเสกสารพัดเวทมนตร์โถมเข้าใส่วิญญาณขนาดมหึมาเบื้องหน้า!!!!!
หลังจากเวลาผ่านไปนานแสนนาน...เหล่า Hi.Q ก็ได้นำพายานอวกาศของตนเองมาด้วยเครื่องยนต์นิรันดร์ที่ทำหน้าที่ของมันได้อย่างยอดเยี่ยม ทว่าพวกเขาต้องประหลาดใจ เมื่อ Origin ดาวบ้านเกิดของพวกเขามันไม่เหมือนภาพที่เห็นจาก Chronicle เลยแม้แต่น้อย
ดวงดาวสีดำสนิทจนไม่อาจรู้ตื้นลึกหนาบางถูกห่อหุ้มด้วยชั้นบรรยากาศสีขาว...
เหล่าอัจฉริยะต่างแปลกประหลาดใจกับสภาพที่เห็น ฝ่ายสำรวจพยายามวิเคราะห์สภาพพื้นผิวและภายใน แต่ผลที่ได้กลับทำให้พวกเขางงหนักยิ่งขึ้น เพราะองค์ประกอบของมันแทบจะเหมือนกับข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ใน Chronicle ทุกอย่าง เพียงแต่สภาพพื้นผิวมีการเปลี่ยนไปจากที่บันทึกไว้เนื่องมาจากการที่ถูก XersXSM พัดกระเด็นออกไป
“สีดำพวกนี้มันอะไรกัน” ผู้คนบนยานอวกาศอุทานด้วยความประหลาดใจ
“มันเคลื่อนไหวได้ด้วย!!!” ทีมสำรวจที่ใช้กล้องสำรวจมองลงไปยังพื้นผิวรายงานกลับมา
“มันคงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถระบุได้ UNIS หรือ Unidentified Substance” ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นระดับหัวกะทิของ Hi.Q รุ่นนี้พูดขึ้นขณะที่สมองพยายามวิเคราะห์ความเป็นไปได้ต่างๆ เขาขอเวลา 1 เดือนในการวิเคราะห์เจ้า UNIS พร้อมกับทีมระดับหัวกะทิของเขา
ยานอวกาศจึงต้องจอดอยู่ห่างๆ Origin เอาไว้.....รอจนกว่าผลการวิเคราะห์จะออกมา
ชายหนุ่มที่เสนอตัวทำหน้าที่วิเคราะห์ UNIS ได้นำผลการวิเคราะห์มาให้กับกัปตันในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ซึ่งใช้เวลาเพียงครึ่งหนึ่งของที่ขอเอาไว้ กัปตันรับมันมาดูอย่างพินิจ
“นี่เป็นความเป็นไปได้ที่เราคิดได้”
………………………..
……………..
หลังจากที่กัปตันได้อ่านเอกสารที่รับมาดูอยู่ครู่ใหญ่ๆแล้ว เขาก็พับมันเก็บ นั่งนิ่งไปพักใหญ่ๆเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่มุมปากและพูดขึ้นอย่างคึกคะนอง
“พวกเราพร้อมจะผจญภัยกับสิ่งใหม่หรือยัง.....”
ทุกคนเงียบกริบ
“มนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่รักความท้าทาย...พวกเรา Hi.Q ไม่ได้เป็นเช่นนั้นรึ!?”
เหล่าสมาชิกเริ่มเงยหน้ามองกัปตัน ถ้าใครไม่ได้อยู่ที่สะพานเรือก็จะมองไปยังลำโพงขนาดจิ๋วซึ่งติดตั้งอยู่ตามจุดต่างๆแทน
“ถ้ามีปัญหาพวกเราก็ต้องไขให้กระจ่าง ถ้าเจอสิ่งที่ไม่เคยพบ ก็ต้องท้าทายกับมัน!!!!”
สิ้นเสียงของกัปตันทุกคนก็โห่ร้องออกมา เหล่าอัจฉริยะเข้าประจำที่อีกครั้ง
“ออกยานได้!!!!”
ยานอวกาศขนาดใหญ่เกือบหนึ่งในสี่ของ Origin เริ่มพุ่งตรงลงไปยังดาวที่ไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่
ทุกคนมองไปเบื้องหน้าด้วยความตื่นเต้น
เมื่อยานฝ่าชั้นบรรยากาศลงไป
ทุกคนก็เริ่มนับถอยหลังสู่การลงจอด
9....
8....
7....
6.....
5......
4.......
3.........
2...........
ทว่ายังไม่ทันได้ถึงพื้น ยานของพวกเขาก็หยุดชะงัก!!
เพราะสีดำที่กลืนกินอาณาบริเวณพื้นดินและกำลังเคลื่อนไหวไปมาเป็นระลอกนั้น มีบางส่วนพุ่งเข้าหายานของพวกเขา!!!!
“พบระลอกคลื่นสีดำจำนวนมากพุ่งมาทางนี้ครับ!!!!!” ชายหนุ่มคนหนึ่งรายงานเสียงดัง
“ป้องกันตัว!!! เปิดเกราะคุ้มกัน ยิงกระสุนสลายดาวเคราะห์น้อยกลับลงไป!!!!” กัปตันที่เห็นสถานการณ์เบื้องหน้า จึงเร่งสั่งการป้องกันและโต้กลับ ถึงยานลำนี้จะสร้างขึ้นมาเพื่อเดินทาง แต่กระสุนสำหรับการสลายดาวเคราะห์น้อยทั้งหลายก็ต้องมีติดไว้อยู่แล้ว เพื่อใช้ป้องกันยานอวกาศจากพวกวัตถุต่างๆ ทว่าในยามนี้ได้เอามาใช้ป้องกันตัวจากพวก UNIS แทน
“แย่แล้ว!!! วิญญาณยักษ์มันปล่อยวิญญาณเล็กลงมาเพียบเลย!!!!!” นักเวทที่ซีกโลกหนึ่งอุทานขึ้น เมื่อวิญญาณยักษ์ที่มีสีแดงเหมือนท้องฟ้าเบื้องหลังปล่อยวิญญาณขนาดเล็กสีเดียวกันนับล้านลงมา พร้อมกันนั้นก็เรืองแสงสีเหลืองรอบๆตัว
“มันเปล่งออร่าสีเหลืองด้วยค่ะ อาจารย์!!!!” คาเรนอุทานกับอาจารย์ของเธอที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งในตอนนี้ อาจารย์ของเธอเป็นหัวหน้าทีมจู่โจมของนักเวท ซึ่งคุมลูกทีมจำนวนหนึ่งและมีคาเรนเป็นผู้ช่วย
ชายหนุ่มกัดฟันก่อนจะประกาศกร้าว
“โจมตีสวนกลับ!!! แนวแนวกลางหน้ายิงเวทขนาดเล็ก แนวหลังสามในสี่ร่ายเวทขนาดใหญ่ ที่เหลือใช้เวทมนตร์สนับสนุน”
เวทมนตร์หลากสีสันพุ่งขึ้นจากทุกหนทุกแห่งของโลก ตรงเข้าบดขยี้ศัตรูขนาดยักษ์ที่มาเยือน
สองสิ่งพุ่งเข้ามาปะทะกัน...
ระลอกคลื่นสีดำ ปะทะกับ ห่ากระสุนนับล้าน
เวทมนตร์ที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ปะทะกับวิญญาณทั้งหลาย
เสียงสั่งการของนักเวทชั้นปรมาจารย์ดังอย่างต่อเนื่อง
เสียงกัปตันยานประกาศดังไปทั่วยานอวกาศ...จังหวะหนึ่งที่เขาลุกพรวดขึ้นจากที่นั่ง
กระดาษรายงานก็หล่นลงมา...
และข้อความในกระดาษปรากฏสู่สายตาของใครบางคนที่บังเอิญเดินผ่านมา
หลังจากที่ Origin ถูกพัดกระเด็นเนื่องมาจากความแปรปรวนของสนามแม่เหล็ก ก็ได้เข้าสู่วงโคจรใหม่ สิ่งมีชีวิตล้มตายกันเกือบหมด แต่บางสิ่ง เช่น จุลินทรีย์ หรือพวกไดอะตอม ยังหลงเหลืออยู่ เนื่องด้วยสภาพอากาศของระบบสุริยะจักรวาลแห่งใหม่นี้ใกล้เคียงกับที่เก่ามาก พวกมันจึงเริ่มพัฒนาการตามลำดับขั้นอีกครั้ง หากแต่ในคราวนี้ ความแปรปรวนอันรุนแรงของสนามแม่เหล็กของ XersXSM ได้ทำให้อีกด้านหนึ่งของจักรวาลที่ถูกซ่อนไว้พลิกกลับออกมา
พวกสสารลับหรือ Dark Matter ที่ว่ากันว่ามีอยู่ราว 90% ในจักรวาล แท้จริงแล้วมันอยู่ในมิติอื่นที่ไม่ใช่มิติของจักรวาลนี้ แต่มันออกมาที่มิตินี้เพราะสนามแม่เหล็กของ XersXSM
เมื่อสสารลับมาพบกับสสารก็เกิดการผสมปนเปกัน แน่นอนว่ามันต้องผสมกับสสารทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่สิ่งมีชีวิต ดังนั้น สาย DNA ของสิ่งมีชีวิตบน Origin ปัจจุบัน จึงต่างกับพวกเรา พวกนั้นจะมีสายวิวัฒนาการอันปนเประหว่างมิติของเราและมิติอื่นๆ
พวกเราจึงไม่สามารถมองเห็นสภาพที่แท้จริงของพวกนั้นได้...เพราะเป็นเสมือนสิ่งมีชีวิตต่างมิติกัน แต่อย่างน้อยที่ยังเห็นสีดำ ก็เพราะบางส่วนของสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ยังมีส่วนผสมของมิตินี้อยู่
เอรินมองขึ้นไปบนท้องฟ้า มือกุมหน้าอก...หัวใจเต้นระรัว เธอรู้สึกกลัวเหลือเกิน
วีเลตมองไปยังหน้าจอ...ระลอกคลื่นสีดำหลายล้านพุ่งขึ้นมา.......สิ่งที่ไม่สามารถระบุได้...UNIS
“มันเกิดอะไรขึ้นกับโลกของพวกเรากันแน่......” สองชีวิตมีความคิดร่วมกัน...แม้ว่า...จะเป็นผู้อยู่อาศัยต่างมิติกันก็ตาม......
แม้จะมีใครหยุดกระแสเวลา หรือเดินทางย้อนกลับไปในอดีตได้
แต่ไม่มีใครล่วงรู้อนาคต......
การปะทะกัน...
จะนำพาไปสู่การแตกดับ ?
หรือ
จะเชื่อมโยงมิติที่แตกต่างเข้าเป็นหนึ่งเดียว ?
ไม่มีใครรู้.....ผลลัพธ์ทุกอย่างจะเป็นอย่างไร
แม้แต่อัจฉริยะ...........
หรือแม้แต่พระเจ้า.................
edit @ 2 Nov 2008 21:05:11 by Angelix
edit @ 2 Nov 2008 22:49:07 by Angelix